เนย์มาร์

เนย์มาร์ … หวังว่าจะเต้นแบบนี้บ่อยๆในคัมป์นู

จากศึกฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชั่นส์คัพ ที่เป้นศึกฟุตบอลถ้วยใหญ่ระดับน้องๆฟุตบอลโลก เป็นการนำทีมที่ชนะการแข่งขันในแต่ละทวีป มาชิงชัยกันเพื่อเป็นการทดสอบสนามที่จะใช้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 โดยในหนนี้ ประเทศบราซิล อดีตมหาอำนาจลูกหนังโลก ได้สิทธิ์เป็นเจ้าภาพหลังจากที่เคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 1950

บราซิลในยุคนั้น มีสตาร์ดังมากมายหลายคน ที่หลายๆคนไม่เคยลืมก็คือ เลโอนิดาส อดีตศูนย์หน้าฟอร์มฮอตที่คว้าตำแหน่งดาวซัลโวในการแข่งขันคราวนั้น แต่เป็นที่น่าเสียดายที่บราซิลกลับไปไม่ถึงฝัน เมื่อพ่ายต่ออุรุกวัยในนัดชิงชนะเลิศที่ มาราคาน่า สเตเดี้ยม

แต่หากว่ากลางปีหน้านั้น แวมบ้ารุ่นใหม่ จะสามารถลบล้างความผิดพลาดของทีมชาติบราซิลรุ่นคุณปู่ในยุคสมัยนั้นได้ ที่มาราคาน่าสเตเดี้ยม คงจะเป็นอะไรที่ดีไม่น้อย

ทีมชาติบราซิลชุดปัจจุบัน มีเหล่าผู้เล่นสายเลือดใหม่ที่พร้อมจะแจ้งเกิดในวงการลูกหนังมากมาย และ 1 ในรายที่น่าจะได้รับการจับตามองในถิ่นคัมป์นูและในเวทีลูกหนังโลก ก็หนีไม่พ้น เจ้าหนูเนย์มาร์นั่นเอง

ปกติแล้วนั้น หลายๆคนคงจะคุ้นเคยกับเนย์มาร์ที่สวมใส่เสื้อหมายเลข 7 หรือเสื้อหมายเลข 11 เสียมากกว่า แต่คราวนี้นั้น เจ้าหนูจอมเทคนิก กลับได้รับมอบเสื้อหมายเลข 10 อันทรงเกียรติที่ซูเปอร์สตาร์ในอดีตของทัพเซเลเซาเคยสวมใส่มาแล้วอย่างทั้ง เปเล่ , ริเวลิโน่ , ซิโก้ , ริวัลโด้ , โรนัลดินโญ่ และกาก้า แถมดาวเตะคนใหม่ของบาร์เซโลน่า ยังทำผลงานในศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์คัพ ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการซัดไปแล้วถึง 3 ประตู เป้นรองดาวซัลโวในรายการนี้อยู่

และต้องไม่ลืมอีก 1 แอสซิสต์สุดสวยในเกมส์ที่บาซิลเอาชนะเม็กซิโก 2-0 ซึ่งนัดนี้ เนย์มาร์เหมาทั้งยิงทั้งจ่าย เรียกได้ว่าเล่นเอาซะแฟนบอลถึงกับอึ้ง เมื่อเจ้าตัวเปลี่ยนสไตล์การเล่นจากที่จ้องจะเลี้ยงเดี่ยว สับขาหลอก กลายมาเป็นเล่นเพื่อทีม เป็นศูนย์กลางของทีม และเริ่มมีความเป็น “เพลย์เมกเกอร์” มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

จากเกมส์เมื่อคืนที่ผ่านมา ดาวเตะเจ้าของฉายา “นกหัวขวาน” พึ่งซัดฟรีคิกสุดงามที่โค้งอ้อมตัว จานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารระดับชั้นแนวหน้าของโลก ที่ทำให้บราซิลแซงอิตาลีออกเป็น 2-1 และหลังจากที่เจ้าตัวปั่นฟรีคิกสุดสวยได้ ก็ฉลองชัยด้วยการเต้นสุดกวนโชว์ให้แฟนบอลเห็นไปทั่วโลกซะเลย

หลายคนก็เข้าใจอยู่ว่าบุคลิกของนักฟุตบอลแต่ละคนเวลาที่ทำประตูให้ทีมได้นั้น อารมณ์หรือการแสดงออกว่าดีใจที่ตัวเองพังประตูได้นั้น มีลีลาที่ไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเจ้าหนูเนย์มาร์แล้วนั้น จะเรียกว่าครีเอต หรือเต้นมั่วนั้นไม่มีใครบอกได้ แต่สำหรับผู้เขียนนั้น ผู้เขียนคิดว่าเนยืมาร์คงจะว้อมเต้นมาแล้วมากกว่า เพราะหลายๆอย่างในท่านั้น มันช่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกับเจ้าตัวมีลีลาในการแดนซ์ติดตัวมาแล้วนั่นเอง

หลายๆคนก็คงต้องคุ้นเคยกันดีสำหรับนักฟุตบอลสัญชาติบราซิลที่มีลีลาแซมบ้าในตัว เวลาพวกเขาทำประตูได้ ก็มักจะมีการเต้นด้วยท่าตลกๆเรียกเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้แฟนๆได้เสมอ และสำหรับเนย์มาร์นั้น ท่าเต้นของเจ้าตัว ของจะดังไปทั่วโลกไม่น้อยเลยทีเดียว และหากว่าเขาได้เต้นที่คัมป์นูด้วยท่านี้บ่อยๆ มันก็คงจะเป็นอะไรที่ดีไม่ใช่น้อย

หากว่าลิโอเนล เมสซี่ยิงซัก 40 ลูกขึ้นไป เจ้าตัวก็มักจะชูนิ้วขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่ออุทิศให้กับคุณย่าของเขา แล้วเนยืมาร์ล่ะ หากว่าเนย์มาร์สามารถยิงได้ระเบิดเถิดเทิงไม่แพ้กองหน้ารุ่นพี่อย่างเมสซี่ เราคงจะได้เห็นท่าเต้น “เนย์มาร์แดนซ์” กันอย่างบ่อยครั้งจนเป็นจุดขายให่เจ้าตัวอย่างแน่นอน

เนยืมาร์จะเต้นท่านี้บ่อยแค่ไหนในการเล่นในศึกคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ 2013 และจะเต้นอีกมากแค่ไหนหลังจากทำประตูให้กับบาร์เซโลน่าในฤดูกาล 2013/14 และที่สำคัญ เขาจะได้มีโอกาสเต้นท่านี้ในศึกฟุตบอลโลก 2014 หรือไม่ เหลืออีกไม่นานแล้วที่เราจะได้เห็นกัน

กอยซาเลช

กอนซาโล่ อิกวาอิน … ว่าที่อาร์เจนไตน์คนใหม่แห่งเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม

คงไม่มีใครคาดคิดว่าสถานีต่อไปของ กอนซาโล่ อิกวาอิน ยอดกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า จะเลือกลงหลักปักฐานที่ลอนดอน กับอาร์เซนอล ยักษ์หลับแห่งศึกพรีเมียร์ชิพ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ มีข่าวหนาหูว่า ดาวเตะเจ้าของฉายา “เอล ปิปิตาร์” สนใจที่จะย้ายไปค้าแข้งในอิตาลีกับยูเวนตุส แชมป์เซเรียอาฤดูกาลล่าสุดมากกว่า

จากดาวรุ่งเนื้อหอมที่ย้ายมายังเรอัลมาดริดเมื่อช่วงปี 2006 ได้กลายสภาพมาเป็นดาวยิงที่น่าตื่นตาตื่นใจคนหนึ่งของวงการลุกหนังสเปน ความจมูกไวในการหาพื้นที่ทำประตูในกรอบเขตโทษ , สามารถยิงได้ทุกทวงท่า , มีลูกชิพที่แม่นยำ อีกทั้งยังเป็นนักฟุตบอลที่สามารถใช้เท้าทั้ง 2 ข้างได้ดีพอกัน

การที่เจ้าตัวอาจจะเลือกเซ็นสัญญากับอาร์เซนอล อาจจะเป็นเพราะว่า ในเวลานี้ ตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าในเรอัลมาดริดช่างแน่นเหลือเกิน ไหนจะมีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ที่สามารถเล่นตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าได้ หรือว่าจะเป็นคาริม เบนเซม่าที่ในระยะหลังมานี้ ถูกส่งลงสนามมากกว่าอิกวาอินที่มีสถิติยิงประตูให้มาดริดถึง 122 ประตูจากทุกรายการเลยทีเดียว

หากว่าการย้ายทีมจากมาดริดสู่ลอนดอน กลายเป็นตัวเลข 100% ที่ดาวยิงทีมชาติอาร์เจนติน่ารายนี้ จะได้สวมเสื้อแดงขาวของอาร์เซนอล นั่นอาจจะเป็นสัญญาณที่จะส่งไปถึงกองหน้าตัวเป้าที่อาร์เซนอลพึ่งจะได้ตัวมาเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง ลูคัส โพดอลส์กี้ หรือ โอลิวิเยร์ ชิรูด์

ลูคัส โพดอลส์กี้ อาจจะไม่โดนหางเลขมากนัก เนื่องจากอาร์เซน เวงเกอร์มักเลือกที่จะส่งเจ้าตัวลงสนามในตำแหน่งตัวริมเส้นฝั่งซ้ายมากกว่าจะเป็นกองหน้าตัวเป้าที่เขาอยากเล่น หากแต่ว่าคนที่จะลำบากากที่สุด อาจจะเป็นกองหน้าทีมชาติฝรั่งเศสอย่างชิรูด์เสียมากกว่า

ฤดูกาลที่ผ่านมานั้น หากว่ากันตามตรง ชิรูด์ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในฐานะกองหน้าตัวเป้าที่ดีที่สุดในอาร์เซนอลยุคหลังได้เลย

แต่ถึงแม้ว่า อิกวาอินจะมีชื่อชั้นที่สั่งสมมามากกว่าชิรูด์ เล่นในฟุตบอลระดับสูงมานานกว่าหลายปี แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า พรีเมียร์ลีกนั้นเป็นสุสานของนักฟุตบอลจากอเมริกาใต้มักต่อนักแล้ว พวกที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะลูกหนัง หรือมีผลงานในระดับที่เรียกว่า World Class ต่างต้องยอมพ่ายแพ้ต่อความโหดและความเคี่ยวของลีกฟุตบอลเมืองผู้ดีแห่งนี้ และอย่างน้อย 1 ในแข้งที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงที่อิกวาอินน่าจะรู้จักดีก็อย่างเช่น ฮวน เซเบาสเตียน เวรอน อดีตมิดฟิลด์ตัวเชื่อมเกมส์เพื่อนร่วมชาติ ที่เคยลุกศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้มาด้วยกันนั่นเอง

หรือจะเป็นเฮอร์นาน เครสโป อดีตกองหน้ารุ่นพี่ในนามทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่เคยเป็นเจ้าของเสื้อหมายเลข 9 ของอัลบิเซเลสเต้ที่ทุกวันนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของอิกวาอินอยู่ ก็เคยล้มเหลวมาก่อนในการเล่นกับยอดทีมแห่งกรุงลอนดอน หากแต่ว่าเป็นกับเชลซี ไม่ใช่อาร์เซนอล

โอกาสที่อิกวาอินจะสามารถประสบความสำเร็จกับปืนใหญ่ได้หรือไม่ หากมองไปที่องค์ประกอบแล้วนั้น อิกวาอินอาจจะเป็นจิ๊กซอว์คนสำคัญในแดนหน้าของอาร์เซนอลก็ได้ หากว่าได้รับการสนับสนุนจากตัวป้อนบอลชั้นดีในทีมที่ยังอยู่กันอย่างครบครัน เช่น ซานติ กาซอร์ล่า เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติสเปน หรือ โธมัส โรซิคกี้ จอมทัพทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ซึ่งต่างเป็นตัวทำเกมที่มีวิสัยทรรศน์กว้างไกล อีกทั้งยังจ่ายบอลแม่นยำให้กองหน้าทำประตูได้ดีอีกด้วย

สไตล์การเล่นบนภาคพื้นดิน , แดนกลางที่สร้างสรรค์ ผนวกด้วยศูนย์หน้าที่พร้อมจะทำประตูตลอดเวลาอย่างอิกวาอิน หากดีลนี้ปิดลงได้อย่างสมบูรณ์ เราอาจจะได้พลังเกมรุกอันน่าสะพรึงของอาร์เซนอล ที่อาจจะบินได้สูงกว่าที่เป็นอยู่ก็ย่อมได้

แต่สำหรับทีมฟุตบอลแล้วนั้น หากว่ากองหน้าทำประตูได้ , มิดฟิลด์สร้างสรรค์เกมได้ดี แต่หากว่าเกมรับยังอ่อนปวกเปียกอยู่ นั่นจึงเป็นงานของเวงเกอร์ที่จะต้องขันน็อตให้แน่นกว่าเดิม หากหวังจะพาทีมที่มีอิกวาอินเป้นตัวชูโรงคนใหม่ ประสบความสำเร็จ